|
รวมกระทู้เก่าจาก PANTIP.COM (T1115189) |
|
ความคิดเห็นที่ 1-50 |
ความคิดเห็นที่ 101-150 | ความคิดเห็นที่ 151-200 | |||
| ความคิดเห็นที่ 301-350 | ความคิดเห็นที่ 351-394 |
|
อยากได้
opel kadett
อยากซื้อ opel kadett gsi 2ประตู แต่หาแล้วไม่เจอ ใครพอจะรู้ราคา,อายุ และที่ไหนมีขายบ้างครับ จากคุณ : แฉะ - [26 ก.ย. 44 17:18:36] |
ความคิดเห็นที่
1
ถ้าสนCALIBRA
โทรหาผมได้018626588
ทดลองขับได้
รถมือเดียว
ขับคนเดียว
สีเดิม
จากคุณ :
แหลม
- [26 ก.ย. 44 18:11:22]
ความคิดเห็นที่
2
คงจะยากมากนะครับ
เพราะรุ่นนี้เซียนโอเปิลนิยมมากครับ
ผมเองยังหาได้แครุ่น 4
ประตูเลย
จากคุณ :
opel kadett
- [26 ก.ย. 44 19:22:39]
ความคิดเห็นที่
3
เมื่อวานพึ่งเห็นคันนึงวิ่งอยู่ถนนอังรี
แต่งสวยดีคับ!!!
จากคุณ :
dear_yoncatenet - [26 ก.ย. 44 21:45:13]
ความคิดเห็นที่
4
CALIBRA เครื่อง ECO-TEC รึเปล่าครับ (เคยได้ยินว่าแรง
และอัตราเร่งดี)
และก็รถสีอะไร
จากคุณ :
Sleeper (อย่าแหย่เสือหลับ)
- [27 ก.ย. 44 05:44:56]
ความคิดเห็นที่
5
ผมก็ใช้ calibra อยู่ 16V. ฝาแดง
แรงและประหยัดนํามันมาก
เฉลี่ยอยู่ 14-15 กม/ลิตร
ที่อยากได้ kadett เพราะมันใช้
เครื่อง บล็อคเดียวกัน
แต่เป็น 8V. ช่วงล่างด้านหน้า
เหมือนกัน
คืออะไหล่มันใช้กันได้นะครับ
จากคุณ :
แฉะ
- [27 ก.ย. 44 18:02:17]
ความคิดเห็นที่
6
คุณแฉะ ครับ Kadett
ใช้เครื่องรหัส 2.0E นะครับ
ในขณะที่ calibra 8v ใช้เครื่องรหัส
C20 NE ผมว่าหาเครื่องเก่าของ calibra
8v
ที่นักเล่นรถเปลี่ยนจะดีกว่ามั่ยครับ
จากคุณ :
opel kadett
- [27 ก.ย. 44 18:50:01]
ความคิดเห็นที่
7
รถดี ที่ไม่น่าใช้
รวนจะตาย ซ่อมก็ยาก อู่น้อย
ช่างห่วย ใช้กันไปได้ยังไง
เข็ดแล้ว
จากคุณ :
งงจัง
- [28 ก.ย. 44 10:14:43]
ความคิดเห็นที่
8
ผมใช้อยู่ก็ไม่เห็นมีปัญหาจุกจิก
นะครับ 80,000kmแล้ว calibra น่ะ
มันเป็นรถดี แต่พระนครยนต์การทําเสียชื่อหมดเลย
แอบเปลี่ยนอะไหล่ลูกค้าบ้าง
คือเวียนเป็นลูกโซ่น่ะครับ
หลังๆผมรู้แหล่งอะไหล่เลยซื้อได้ราคาถูก
และสามารถใช้อะไหล่ของ holden camira
ได้ กล่าวคือ เครื่อง 2.0 ของ calibra ,kadett,camira
เป็นเครื่อง บล็อคเดียวกัน
เพียงแต่ผิดกันที่ฝาสูบ 8V.กับ
16V. นอกนั้นเหมือนกันหมด เช่น
crank นํามันเครื่อง ของ 16 V.
จะเป็นอลูมิเนียมแต่ของ 8 V.
จะเป็นเหล็ก
ใส่แทนกันได้เลยแม้แต่ประเก็น
ประเก็นของ 8V จะเป็นไม้กล็อค
แต่ของ 16v จะเป็นยาง 2 ชั้น
ซึ่งถ้า 16V ของใครมีปัญหานํามันเครื่องซึม
ผมแนะนําให้เปลี่ยนเป็นไม้กล็อค
จะหมดปัญหา
ลูกหมากหรือแม้กระทั่ง ปีกนก
หรือแร็คพวงมาลัย ทั้ง 3
คันนี้ใช้แทนกันได้หมดแม้แต่เกียร์ก็ลูกเดียวกันครับ
เวลาซื้อก็ควรบอกเป็นรุ่นเก่าๆจะได้ราคาถูกกว่า
และที่มีคนบอกว่า อะไหล่แพง
ผมว่ามันอยู่ที่ว่าอะไหล่ชิ้นนั้นมันเป็นชิ้นที่นานๆจะเปลี่ยนซักครั้ง
แต่ถ้าเป็นพวกที่ต้อง mainteinance
เช่นกรองนั้มันเครื่อง ,กรองอากาศ,ผ้าเบรค
,ผมว่า
ราคาพอๆกะรถญี่ปุ่นหรือถูกกว่ารถญี่ปุ่นอีกหลายๆยี่ห้อด้วยซํา
เช่น กรองนํามันเครื่องแท้ 160บาท
กรองอากาศแท้ 700 บาท
ลูกหมากคันชักคันส่งแท้
ลูกละ 965บาท ลดอีก 20% ผ้าเบรคชุดหน้า
1,500 บาทถ้าใช้ของ Daewooก็ถูกลงอีกนิดหน่อยเป็นต้น
ผมว่าดีไม่ดีถูกกว่า รถกระบะซะอีก
ของแท้ทั้งหมดนะครับ
อีกอย่าง
อะไหล่บางชิ้นก็สามารถใช้ของรถ
Daewoo ได้ด้วย Kadett นั้น
สามารถใช้อะไหล่ตัวถังร่วมกับ
DAEWOO ครับ ช่วงล่างไม่แน่ใจ
เพื่อนผมเคยเอากันชนของ Daewoo
รุ่นที่เป็น Taxi มาใส่ kadett
มันใส่ได้พอดีเปะ
รูปร่างหน้าตาเดียวกันเลย
ซื้อของใหม่มา 3,000 บาทเองครับ
ส่วนช่วงล่างหลังไปถอดจาก vectra
มาใส่แทนเลยได้ดิสเบรคมาด้วย
เครื่องที่ผมใช้อยู่ C20XE 150DIN
แต่ถ้าเป็นเครื่อง 8V จะมีอยู่
2 รุ่น คือซีซีเท่ากัน แต่ ตัวนึงจะมี
115 DIN อีกตัวจะมี 130 DIN ( 150 DIN
ถ้าเทียบเป็นม้าญี่ปุ่นจะได้ประมาณ
170 ม้าญี่ปุ่น )
และเจ้าเครื่องที่อยู่ใน kadett GSI
มันจะเป็น 130 DIN เท่านั้นครับ
คือมันเป็นเครื่องที่โม
มาเล็กน้อยจากโรงงานครับ
เหมือนเครื่อง 150 DIN ที่โม
มาจากโรงงานตั้งแต่เริ่ม line
ผลิตกันเลย เท่าที่รู้มาก็มี
camsharf ที่ใช้วัสดุพิเศษ
ที่เขาเรียกว่าอะไรผมจําไม่ได้
ลูกสูบพิเศษ , ท่อไอดีสแตนเลส
ท่อเฮดเดอร์จากโรงงานเป็นสแตนเลส
ซึ่งแต่ละชิ้นนี้จะไม่มีให้ในเครื่อง
2.0 16V ที่ใส่ในรถรุ่นอื่นของ opel
และ calibra 16v ecotech ใส้ในก็คนละแบบกับ
ฝาแดงครับ ecotech จะมีแค่ 136 DIN
เท่านั้น ,ส่วน 8V ที่อยู่ใน calibra
จะมี 115DIN ครับ
มาว่ากันต่อเรื่องศูนย์บริการ
ถ้ามีผู้อ่านท่านใดใช้ opel
อยู่ ลองเปิดดู owner manual (owner manual
จะเป็นของแท้จากเยอรมัน )
จะเห็นว่า เขาให้เอารถเข้า
mainteinace
ครั้งแรกคือตั้งแต่ซื้อรถออกจากห้างเลย
เขาให้เอาเข็ศูนย์บริการครั้งแรก
ที่
หนึ่งหมื่นห้าพันกิโลเมตรแรก
หรือ หนึ่งปี
แล้วแต่อย่างไหนจะถึงก่อน
และเข้า maintanace ทุกๆ 15,000 กม.หรือหนึ่งปี
ซึ่งนํามันเครื่องจะเปลี่ยนครั้งแรกที่
15,000 กม.และเปลี่ยนทุกๆ 15,000 กม.
ครับ เป็นนํามันเครื่องเกรด SG
ธรรมดาอีกต่างหาก
เรื่องนี้ลองเปิดดูได้ใน manual
ที่ติดรถมาจากเยอรมันครับ
แต่พอมาขายเมืองไทย
ศูนย์บริการดันให้เข้าครั้งแรกที่
1,000 กม. และเข้าทุกๆ 5,000 กม.
และยังเอามาเป็นเงื่อนไขในการรับประกันอีกต่างหากไม่รู้ว่าหมดทางหาตังค์หรือยังไง
สู้ Volk Golf ไม่ได้
ในเมืองไทยเขาให้เข้าครั้งแรก
ที่ 15,000 กม.เหมือนกัน
กับที่เยอรมัน
ที่คุณงงจัง พูดก็ถูก
ในบางส่วนของคุณ
แต่อย่าลืมว่า
ผมยังไม่ได้บอกเลยว่าผมจะซื้อมาใช้งานอะไร
ถ้าเป็นรถที่ไว้ใช้งานประจําวันผมว่ารถสปอร์ต
2 ประตูคงไม่เหมาะแน่
ที่คุณบอกมาน่าจะเป็นรถที่ใช้งานประจําวันมากกว่า
ถึงจะต้องมีปัจจัยหลายอย่างเช่น
อู่หาง่าย ช่างหาง่าย
อะไหล่หาง่ายรวมทั้งอะไหล่เทียม(ไม่ใช่อะไหล่ปลอมนะครับ)
ป.ล. GSI นี่ไม่ได้มีความหมายจําเพาะว่าต้องเป็น
kadett เท่านั้นนะครับ
ทางแถบยุโรปนี่ ถ้าเป็น opel gsi
ส่วนใหญ่เขาจะหมายถึง
เป็นรุ่นที่โมมาจากโรงงานเล็กน้อย
เช่น Kadett GSI
calibra 16V
calibra 16V turbo
calibra 16V turbo 4WD
astra gsi 16v ( coupe)
vectra gsi 16v
corsa gsi 1600 16v
tigra
ซึ่งทั้งหมดนี้จะเป็นรถ
คูเป้ ครับ
จากคุณ :
แฉะ
- [28 ก.ย. 44 15:47:49]
ความคิดเห็นที่
9
opel ที่ขายใน อังกฤษ
จะใช้ยี่ห้อ vauxhall เช่น vauxhall calibra
ขายที่ australia จะเป็น holden calibra
จากคุณ :
แฉะ
- [28 ก.ย. 44 15:54:27]
ความคิดเห็นที่
10
ไม่ทราบว่าคุณแฉะ
เข้ารับบริการที่อู่ไหน..
เผื่อจะได้แลกเปลี่ยนประสพการณ์เกี่ยวกับอู่ดูแลรักษารถกันได้ไง
จากคุณ :
opel kadett
- [28 ก.ย. 44 17:08:16]
ความคิดเห็นที่
11
โห ละเอียดดีคับ
ได้ความรู้ขึ้นอีกคับ
ยินดีที่ได้รู้จักopel userคับ!!!
จากคุณ :
dear_yoncatenet - [28 ก.ย. 44 19:12:06]
ความคิดเห็นที่
12
ถ้าเป็นเรื่องเกี่ยวกับ
กล่อง ผมจะเข้าศูนย์ครับ
เพราะไม่มีเครื่องมือเฉพาะ
แต่ถ้าเป็นส่วนอื่นอะไรที่พอทําได้ก็ทําเองเพราะไม่มีอะไรสลับซับซ้อน
แต่จะมีเรื่องศูนย์ล้อหน้าครับ
ต้องไปตีสนิทและขอ x-rox
จากศูนย์
อะไหล่ส่วนใหญ่ก็ซื้อ วรจักร
มีอยู่ 2 ร้าน
ถ้าเป็นชิ้นที่ร้านต้องสั่งจากศูนย์
เราก็ยังได้ราคาถูกกว่าซื้อจากศูนย์โดยตรง
ประมาณ 15-20% แล้วแต่อะไหล่
แต่ผมไม่ได้เข้าศูนย์
มาปีกว่าแล้ว
เพราะไม่มีอะไรเสีย
นี่เพิ่งเปลี่ยน
ลูกหมากคันชัก ซ้าย-ขวา กับบู๊ชกลางไปรวมเป็นเงิน
1784บาท ค่าแรงช่างแถวบ้านอีก400บาท
kadett เพื่อนผม
ถอดไปอัดใหม่แถวสุขาภิบาล 1
ตัวละสองร้อยกว่าบาท ใช้มา 2ปีแล้วยังไม่มีปัญหาเลย
บู๊ชกลางต้องซื้อครับ 300บาท
จากคุณ :
แฉะ
- [28 ก.ย. 44 19:31:26]
ความคิดเห็นที่
13
อยากถามคุณแอะค่ะ และว OPEL OMEGA
ล่ะค่ะ
กำลังสนใจจะซื้อมือสอง
ช่วยแนะนำด้วยค่ะ
จากคุณ :
เหมียว
- [3 ต.ค. 44 15:54:54]
ความคิดเห็นที่
14
omega จัดอยู่ในชั้นแนวหน้า
เทียบกับ bmw series 5หรือ benz E class
ขับเคลื่อนล้อหลังเหมือนกันแต่พอมาอยู่เมืองไทยก็อย่างที่บอกล่ะครับ
omega
รุ่นที่ขายในไทยจะมีเครื่อง 2
รุ่น คือ 2.0 122แรงม้า
อะไหล่ค่อนข้างหาง่าย กับ 3.0 V6
204
แรงม้าซึ่งเป็นเครื่องที่ดีมากแต่อะไหล่ต้องทําใจเพราะรถรุ่นนี้ขายได้น้อยกว่า
2.0
omega จะมีทั้ง
ซีดานและตรวจการณ์
แต่ถ้าเป็น 2.0
จะมีทั้งเกียร์ธรรมดาและออโต้
3.0 เป็นเกียร์ออโต้
เรื่องช่วงล่างหายห่วงครับยังกับตุ๊กแก
ทนทานแต่อะไหล่แพง ถ้าใส่ใจบํารุงรักษาตามกําหนดในคู่มือ
ก็ใช้ลืมล่ะครับ เรื่องประหยัดนํามันหายห่วงครับสําหรับ
2.0 แต่3.0ยังไม่มีข้อมูลครับ
ถ้าเอาประหยัด ทั้งนํามันและการบํารุงรักษา
สมรรถนะไม่อายใคร
ก็น่าจะเป็น 2.0
แต่ถ้าเอาสมรรถนะ ก็แน่นอน 3.0
ครับ อัตราเร่ง 0-100กม/ชม 8.0
วินาที และถ้าปรับเกียร์เป็นสปอร์ท
จะเหลือแค่ 7.8 วินาที
ซึ่งหาไม่ได้ง่ายๆสําหรับรถหนัก
1.5ตันเครื่อง 3.0
โดยรวมแล้วผมว่าคุณน่าจะใช้เป็นรถครอบครัว
เพราะภายในกว้างขวาง
อุปกรณ์ครบ มีทั้ง on-board computer
ซึ่งทําหน้าที่
วิเคราะห์ข้อมูลการขับขี่,ความสิ้นเปลืองนํามันขณะขับขี่และขณะเดินเบา,ระยะทางที่สามารถวิ่งได้จนนํามันหมด,อุณหภูมิภายนอก,รวมทั้งเช็คความบกพร่องของระบบต่างๆ
รวมถึงระบบความปลอดภัยซึ่งดีกว่ารถหลายยี่ห้อในราคาที่ใกล้เคียงกัน
ส่วนเรืองราคาก็ขึ้นอยู่กับอายุรถครับ
เดี๋ยวนี้
เลขกิโลเป็นส่วนประกอบรองๆแล้วครับ
เพราะรถบางคันอาจจะเข้าอู่อยู่เป็นปีๆก็ได้
แต่ผมว่าถ้าให้คุ้มที่สุดน่าจะเป็นรถประมาณปี
97ขึ้นมา เพราะถึงคุณจะได้ปี 96
แต่ราคาก็ไม่ต่างกันสักเท่าไร
ปี97-98 สภาพปิ้งๆ ไม่เคยชนมา
อาจมีเฉี่ยวนิดหน่อยราคาไม่น่าเกิน490,000
แต่ก็ขึ้นอยู่กับคุณด้วย
เผื่อไปเจอรถที่ถูกชะตาก็
ไม่น่าเกิน500,000 ครับ
ตอนนี้เห็นมีประกาศขายอยู่หลายคันครับ
เดี๋ยวนี้หารถขับเคลื่อนล้อหลัง
ที่ให้เพียบทั้งอุปกรณ์และสมรรถนะ
ในราคาแบบนี้ไม่ได้ง่ายๆแล้วนะครับ
จากคุณ :
แฉะ
- [4 ต.ค. 44 18:37:50]
ความคิดเห็นที่
15
คุณแฉะครับ เครื่องของโอเมก้า
ใม่ใช่เป็นเครื่อง อีโคเทค 3,000
ซีซี 210 แรงม้า กับ 2,000 ซีซี 136
แรงม้า (แบบเคียวกับที่ใช้ใน
เว็คตร้า) เหรอครับ
เคยเห็นของคนแถวบ้านน่ะครับ
จากคุณ :
Sleeper (อย่าแหย่เสือหลับ)
- [4 ต.ค. 44 20:36:26]
ความคิดเห็นที่
16
อ้อลืมไป เห็นโบรชัวร์ด้วยครับ
ตัว 3,000 ซีซี วิ่งได้ 230 กม.ต่อชม. (เอ๊ะ
หรือ 240 หว่า)
ผมจำได้ว่าตัวรถหนักเกิน 1,600 ก.ก.
แต่อัตราเร่งกลับดีกว่าที่คิดซะอีก
ยังงี้แสดงว่าเครื่องมีกำลังดีมากใช่ไหม๊เนี่ย
จากคุณ :
Sleeper (อย่าแหย่เสือหลับ)
- [4 ต.ค. 44 20:47:53
ความคิดเห็นที่
17
ต้องขอโทษด้วยครับ
ที่ให้ข้อมูลเก่าไปหน่อย
Omaga นั้นนําเข้ามาขายในไทย
อย่างเป็นทางการ มาตั้งแต่
กลางปี 92 เริ่มนําเข้ามาด้วยเครื่องยนต์
2 รุ่น คือ
2.0 8V. ตัวเดียวกับที่วางอยู่ใน
kadett gsi แต่มีแรงม้าน้อยกว่าคือ
122 แรงม้า และ 3.0 24V. แถวเรียง มี 204
แรงม้า ความเร็วสูงสุดที่ 236
กม/ชม ที่ 5000 รอบ
พอมาประมาณปลายปี 94 จึงได้นําตัวใหม่มาจําหน่าย
เป็นเครื่อง 3.0 V6 24 วาล์ว ecotech 211
แรงม้า
แต่พอมาอยู่เมืองไทยไม่รู้
ม้ามันหายไปไหน 1ตัว
เลยเหลือแค่ 210 din
ถ้าเทียบเป็นม้าญี่ปุ่นก็ประมาณ
246 ม้าล่ะครับ นําหนัก
รถเปล่าอยู่ประมาณ 1490 กก.
ถังนํามัน 75 ลิตร นําหนักรถ 1490+นํามันเต็มถัง
75+คนขับกับคนนั่ง 150 กก.=1715กก.ต่อ
ม้า 246 ตัว
เฉลี่ยแล้วม้าหนึ่งตัวรับนําหนักแค่
6.97 กก. เท่านั้นเอง ดีกว่า calibra
ฝาแดงซะอีก ซึ่งแบกอยู่ 8 กก.ต่อ
1 ม้า แถมยังขับหลังและมีลิมิเต็ดสลิปให้อีกด้วย
ส่วน 2.0 นั้น เป็น ตัวเดียวกับ
ecotech ที่วางใน calibra จะมีอยู่ 136 din
หรือ 159 ม้าญี่ปุ่น
ความเร็วสูงสุด
มีข้อมูลไม่ครบครับ มีดังนี้
2.0 เกียร์ธรรมดา ซีดาน 208 กม/ชม
3.0 เกียร์ออโต้ สเตชั่นเวกอน 234
กม/ชม 0-100 9.4 วินาที
ซึ่งถ้าเป็นซีดานน่าจะได้ดีกว่านี้พอควร
Omaga ในตระกูล ecotech
นั้นจะมีเครื่องทั้งหมดดังนี้
2.0 16V. 136 Din
2.5 V6 24V. 170 Din ( ตัวเดียวกับDTM)
2.5 diesel turbo 130 Din
3.0 V6 24V. 211 Din
เวลาจะเปรียบเทียบ
รถสองคันว่าใครแรงกว่ากัน
ผมว่าน่าจะคํานึงถึง
อัตราส่วน นําหนักต่อแรงม้า
นะครับ อย่างเช่น รถ F1 มี 600 ม้า
แต่รถมันหนักแค่ 550 กก.เท่านั้นเอง
แต่อย่าเอาไปเทียบกับเครื่องเรือนะครับ
ความทนทานของเครื่องเรือนั้น
รถเทียบไม่ติดหรอกครับ เพราะ
เรือใช้แรงม้าต่อเนื่อง
หมายถึง
เร่งเครื่องตลอดแล่นอยู่ 1 ชม.
ก็เร่งอยู่อย่างนั้น ถ้าเป็น
รถคงพังไปแล้ว
จากคุณ :
แฉะ
- [5 ต.ค. 44 16:23:23]
ความคิดเห็นที่
18
ข้อมูลละเอียดดีครับ
อย่างนี้นับเป็น OPEL Expert
ได้อีกคนนึงครับ
จากคุณ :
Sleeper (อย่าแหย่เสือหลับ)
- [5 ต.ค. 44 21:59:13]
ความคิดเห็นที่
19
อ๊ะ โอ๊ะ ลืมไปครับ
มือไวกดปุ่มส่งเร็วไปหน่อย
รบกวนถามคุณแฉะหน่อยได้ไหม๊ครับว่า
Calibra ECOTEC (เอ...รึว่า ECOTECH)
ยังมีที่เป็นป้ายแดงขายไหม๊ครับ
(มือสอง ถ้าสภาพดีก็โอเค
แต่เน้นมือหนึ่งไว้ก่อน)
แบบว่าชอบรูปทรงที่สวยสุดๆ
ดูทีไรก็สวยตลอดแทบทุกมุมมอง
เพื่อนของเพื่อนที่ใช้อยู่เคยให้ลองเลยชอบ
(เกรงใจเจ้าของเค้า
ไม่ค่อยอยากเล่นเต็มที่
อีกอย่างถนนก็ไม่ค่อยว่าง)
ถึงกระนั้นก็ยังบอกได้เลยว่าอัตราเร่งดีมาก
(มันเร่งขึ้นไวกว่าเซลิก้า
กับ ซีวิค 3 ประตูซะอีก ขนาด 2
รุ่นนี้เบากว่ามากๆซึ่งน่าจะได้เปรียบ)
อ้อตัวรถท่าทางแข็งแรงมั่นคงดี
นั่นแหละครับ
จากนั้นมาก็เลยติดใจครับ
จากคุณ :
Sleeper (อย่าแหย่เสือหลับ)
- [5 ต.ค. 44 22:26:33]
ความคิดเห็นที่
20
ไม่เล่น มือสองละครับ
เหลือเงินประมาณล้าน ซักปี 97-98
ราคาไม่น่าเกิน 480,000
สภาพสุดสวยนะครับ
ออกรถมาก็อัดได้เลยไม่ต้องทําใจ
แต่จําไว้นะครับ ecotech เข้ามาจําหน่ายบ้านเรา
ประมาณ ปี 95 ถ้าก่อนหน้านั้น
วางเครื่องมาใหม่แน่ๆ
แต่ถ้าต้องการตัว Top
ก็ต้องเล่น ฝาแดงครับ 150 Din
ราคาอยู่ไม่เกิน 400,000
แล้วเอาเงิน 35,000-40,000 ไป
ซื้อชุดแต่งช่วงล่างของ Steinmetz
ประกอบด้วย
ล้อแม็กซ์ 15-17"
โช๊คอัพ พร้อม สปริง หน้าหลัง
แค่นี้รถที่หนึบอยู่แล้วก็ยิ่งเป็นตังเม
ไปเลย ของเพื่อนผมได้มา
ชุดหนึ่ง เอามาแปลงใส่ kadett
คุ้มค่าจริงๆครับ หมดไป 30,000
พอดี
Steinmetz ชุดนี้ Three crown racing project
เป็นผู้สั่งมาขาย
แต่ขายไม่ออก เพราะ แพงมากๆ
และช่วงล่าง สแตนดาร์ดก็
ดีมากๆอยู่แล้ว
เลยพาลขายไม่ได้
ต่อมาเขาก็ยุบแผนก Mo opel
เลยมีร้านขายล้อแม็กซ์ไปเหมามาถูกมาก
แล้วมาขายต่อ เช่น แม็กซ์ 15"
วงละ 3,000 ช่วงล่างชุดละ 18,000
คุ้มจริงๆครับ ตอนนี้ไม่รู้
เหลือกี่ชุดแล้ว
อ้อ! แม็กซ์ Steinmetz เนี่ย เขาให้ OZ
เยอรมันผลิตให้นะครับ มีทั้ง
15",17" ลองดูรูปที่ web ของเขาดู
ผมไม่แน่ใจว่าใช่อันนี้รึเปล่า
้Http://www.steinmetz.com
ส่วนรถใหม่ลองโทรติดต่อที่
เชพโรเรท ถนนวิภาวดีดูสิครับ
แต่เห็นว่าราคาตอนนี้ ร่วม 2ล้าน
ไม่รู้จริงหรือเปล่า
ผมเคยโทรไปถาม kadett gsi
เมื่อเดือนที่แล้วเขาบอกว่ามีรถใหม่ที่ขายไม่ได้เก่าเก็บอยู่
3 คัน ขอเวลาเช็ค 2 วัน ปรากฎว่าเขาโทรกลับมาบอกว่า
ขายให้เต็นท์ ไปแล้ว
น่าเสียดาย
ถ้าคุณโทรไปผมฝากถาม calibra turbo 4X4
6speed
ด้วยนะว่ายังมีเหลืออีกหรือเปล่า
เมื่อก่อนขายอยู่ 1,800,000
ตอนนี้ไม่รู้เท่าไร่
จากคุณ :
แฉะ
- [6 ต.ค. 44 18:26:42]
ความคิดเห็นที่
21
ขอบคุณอีกครั้งครับสำหรับคุณแฉะ
อืมม์
ราคารถใหม่ขึ้นไปเยอะเหมือนกันนะครับ
สงสัยต้องคบกะมือสองแทน
ทีแรกเน้นมือหนึ่งเพื่อความสบายใจครับ
เราไม่รู้ว่าเจ้าของเดิมดูแลรักษารถดีแค่ไหน
ถ้าเราได้ดูแลรักษาเองตั้งแต่แรกก็ดีครับ
แต่ตอนนี้คงต้องตัดสินใจอีกทีว่าจะคบกะรถใหม่หรือมือสองดีครับ
คือว่าไม่อยากเจอประวัติศาสตร์ซ้ำรอย
เพราะผมเคยใช้โตโยต้ามือสอง
กับฮอนด้าออกใหม่
มีปัญหาตลอด
ค่าอะไหล่รวมค่าบริการก็ไม่ถูกกว่ารถยุโรปเท่าไหร่
ส่วนศูนย์บริการเดี๋ยวนี้ทำไมไม่ดีเหมือนแต่ก่อน
(สงสัยจำนวนรถมีมากขึ้นเรื่อยๆ
คุณภาพการบริการเลยแย่ลงเรื่อยๆ
สวนทางกับปริมาณรถที่เพิ่มขึ้น)
ไหนๆก็บ่นแล้วขอต่ออีกหน่อยแล้วกันครับ
เผื่อใครมีปัญหาคล้ายกัน
จะได้แลกเปลี่ยนประสพการณ์
ผมสงสัยบางอย่างน่ะครับ (รบกวนถามใครก็ได้ที่รู้
ด้วยนะครับ)
1. โตโยต้าที่ผมเคยใช้น่ะครับ
เวลารถวิ่ง
ทำไมตัวรถโคลงๆร่อนๆหน่อย
เหมือนไม่เกาะถนน (บางคนบอกว่าหน้าลอย)
ทั้งที่บางครั้งไม่ได้ขับเร็วคือขับประมาณ
90-100
ยิ่งขับเร็วขึ้นมันยิ่งออกอาการจนน่าหวาดเสียวเลยต้องผ่อนลง
(ฮอนด้าก็เป็น
แต่เป็นน้อยกว่า)
ผมเลยสงสัยว่า
นี่เป็นอาการปรกตีเฉพาะรถรุ่นนั้นๆ
หรือว่ารถผมมีอะไรเสียครับ
2. ฮอนด้า(ขายทิ้งไปแล้ว)
เคยพลาดเบรกไม่อยู่ไปชนท้ายคนอื่น
2 ครั้ง รู้สึกว่าเบรกไม่ดีใม่ค่อยมั่นใจ
ครั้งแรกชนท้ายรถเก๋งคันเล็กๆเอง
(รู้สึกเป็นโอเปิ้ลนี่และครับ
แต่ตอนนั้นไม่รู้ว่ารุ่นอะไร
คันเล็กๆ) ตรงไฟแดง
รถผมซ่อมหมดหลายหมื่นเหมือนกัน
กันชนฉีกแล้วหลุด(ไม่รู้ว่าทำไมหลุดง่ายจัง)
พัดลมพัง รังผึ้งแอร์กับหม้อน้ำรั่ว
ดีที่คู่กรณีเค้าไม่เอาเรื่อง
(ผมขอโทษและพูดดีๆกับเธอ)
พอดีรถเธอไม่ค่อยเป็นไร
เธอบอกว่าจะเคลมประกันเอง
เห็นใจว่ารถผมเสียหายมากแล้ว
(แหม ผมชักชอบเธอตรงนี้แหละ
รู้จักเห็นใจคนอื่น)
แต่ครั้งสองชนท้ายมิตซูแลนเซอร์
คู่กรณีหัวเสียไปเลยครับ
รถพังไม่แพ้กัน
ดีที่หลังจากชนครั้งแรก
ผมทำประกันประเภทหนึ่งไว้
วกกลับมาเรื่องรถครับ
ผมสงสัยว่า
อาการเบรกไม่ค่อยดีนี่
เป็นอาการปรกตีเฉพาะรถรุ่นนั้นๆ
หรือว่ารถผมมีอะไรเสียครับ
3.
สงสัยเรื่องเข็มวัดความร้อนอีกอย่างครับ
รถทั้ง 2 คันคือฮอนด้ากับโตโยต้าที่เคยใช้เนี่ย
ทำไมเข็มวัดความร้อน
มันชี้ตรงที่เดิมตลอด
ไม่ว่าอากาศจะร้อนหรือเย็น
วิ่งช้าวิ่งเร็ว
เข็มมันก็ยังชี้ที่เดิม
ที่แปลกใจคือ เพิ่งบิดกุญแจสตาร์ทเครื่อง
เข็มวัดความร้อนก็ขึ้นจากตำแหน่งต่ำสุดไปชี้ที่ที่มันเคยชี้เลยทันที
(ประมาณกลางๆ)
แทนที่จะค่อยๆขึ้นตามความร้อนที่เพิ่มขี้นจากการทำงานของเครื่องยนต์
เพราะตอนแรกนั้นเครื่องยนต์ยังเย็นอยู่เลย
เข็มน่าจะอยู่ต่ำๆก่อนแล้วค่อยๆเพิ่ม
แต่นี่มันขึ้นไปครงกลางทันทีที่บิดกุญแจสตาร์ท
อ้อ...คอมเมนท์หน่อยครับ
ฮอนด้านี่ทำไม่ตัวถังบางจังเลยครับ
แตะนิดแตะหน่อยเป็นยุบ
ตอนล้างขัดรถ ถูก็ไม่แรง
แต่รถบุบไปเลย
เซ็งเหมือนกันครับ
ยิ่งเวลาเฉี่ยวถังขยะหรือไม่ก็มอเตอร์ไซด์ยิ่งเซ็ง
บุบง่ายจัง
ตอนก่อนขายรถมีรอยบุบรอยบุ๋ม(ลักยิ้ม)
เกือบทั้งคัน ซ่อมใม่ไหวครับ
เลยขายทิ้ง
รบกวนถามคุณแฉะเรื่องล้อแม็กซ์หน่อยครับ
ไม่ทราบว่ารู้ชื่อร้านหรือเบอร์โทรร้านที่เหมาล้อแม็กซ์ไปไหม๊ครับ
เผื่อลายสวยถูกใจจะไว้ใส่รถคันอื่นด้วยครับ
จากคุณ :
Sleeper (อย่าแหย่เสือหลับ)
- [7 ต.ค. 44 00:01:53]
ความคิดเห็นที่
22
หลังจากอ่านข้อมูลของคุณแฉะจนตาแฉะแล้ว
ผมอยากนิมนต์คุณแฉะ
ไปแวะเยี่ยมเยียนเว้บบอร์ดของ
ชมรมคนรักซาฟิร่าบ้างนะครับ
ก็รู้ๆกันอยู่ว่า ซาฟิร่า
ตัวนี้ก็ลูกหลานโอเปิลเหมือนกัน
ผมคิดว่าคุณแฉะจะเป็นที่พึ่งพิงยามยากให้เพื่อนๆผู้ใช้ซาฟิร่าได้ในอนาคตอันใกล้นี้แน่นอนครับ
รบกวนถามต่อครับว่า
ท่อไอดีของ C 20 NE นี่หาซื้อได้มั้ยครับ
มีคนใช้ซาฟิร่าในญี่ปุ่น
เอามาเปลี่ยนแทนท่อไอดีของ X 18
XE1 ที่ใส่อยู่ในซาฟิร่า
แล้วแรงขึ้น
อยากเอามาลองมั่งน่ะครับ
จากคุณ :
myzafira
- [7 ต.ค. 44 15:05:02]
ความคิดเห็นที่
23
โทษทีครับ ลืมบอก url
http://www.geocities.com/myzafira ครับ
จากคุณ :
myzafira
- [7 ต.ค. 44 15:18:22]
ความคิดเห็นที่
24
ผมก็ใช้อยู่เหมือนกันครับ
แต่เป็นรุ่นrecord 2.2i เป็นrecordรุ่นสุดท้ายเลยครับ
ใช้ดีมากครับ
ทนทานดีตอนนี้ใช้มาประมาณ60,000kmแท้ๆเลยครับ(ซื้อมาตั้งแต่ใหม่ๆเลยครับ)ไม่ได้กลับไมล์ด้วยนะ
เบาะพลาสติกที่พิงหังบางตำแหน่งยังไม่ได้แกะออกเลยครับ
ใครพอสนใจก็ลองทิ้งเบอร์โทรศัพท์ไว้ก็ได้นะครับ
จะได้ติดต่อกลับ
เผื่อใครอยากจะสะสมรถรุ่นนี้บ้างเพราะหายาก
ไม่ค่อยมีสภาพดีๆให้ได้เห็นกัน
ยังไงถ้าเพื่อนๆรู้ที่ซ่อมดีๆก็ฝากช่วยลงสถานที่ให้ด้วยครับ
เวลารถเป็นอะไรจะได้หาอู่ที่ถนัดๆกับรถopelได้ถูกอู่หน่อย
ขอบคุณมากครับ
จากคุณ :
opel
- [7 ต.ค. 44 21:18:11]
ความคิดเห็นที่
25
อู่โอเปิล
ที่มีจะไม่ถูกนะสิครับ
แต่ช่างดี ก้อแถวลาดพร้าว 71
ครับ มี 2 อู่
จากคุณ :
opel kadett
- [8 ต.ค. 44 08:16:52]
ความคิดเห็นที่
26
แต่ถ้าเป็นเรื่องเกี่ยวกับ
กล่อง อุปกรณ์อีเลคทรอนิคซับซ้อน
ต้องที่แถวตึกช้าง
พหลโยธินครับ
จากคุณ :
: opel kadett
- [8 ต.ค. 44 08:33:50]
ความคิดเห็นที่
27
แหม!
วันก่อนเข้าไปตอบกระทู้ของคุณ
เหมียว ที่
http://pantip.inet.co.th/cafe/ratchada/topic/T1124303.html
เลยได้ความรู้ว่า
ชิ้นส่วนช่วงล่างบางชิ้น ของ
opel ไม่สามารถใส่กันได้กับของ
saab ทําให้ผมเพิ่งรู้ตัวว่า
ข้อมูลที่ผมเคยมีอยู่คือ
ช่วงล่าง ของ saab 9-3
มันคือช่วงล่างของ opel vectra
นั้นไม่จริง
แต่ก็มีส่วนน่าภูมิใจใน opel
ของพวกเรานะครับ
ที่มีช่วงล่างที่ดีจริง ไม่งั้น
saab คงไม่เอาไปใส่ในรถตัวเอง
ถึงแม้ GM จะเข้ามาบริหารแทน
มีรถในเครือตั้งหลายยี่ห้อแต่ก็ยังเลือก
platform ของopel ไปใช้
ทั้งๆที่ราคารถก็ต่างกันลิบ
แสดงว่าดีจริง
กับมาที่คุณ sleeper ครับ
ถ้าจะให้ผมวิเคราะห์
หรือเดาอย่างมีหลักการ
ผมว่าอาการร่อนนี่
มาจากช่วงล่างล่ะครับ(ใครๆก็รู้)
แต่ช่วงล่างมันมีส่วนประกอบหลายอย่างหลายจุด
ผมลองบอกเป็นข้อๆนะครับ
เผื่อมีใครรู้ว่ามาจากสาเหตุอื่นๆได้อีก
-ศูนย์ล้อ เป็นอันดับแรกครับ
ร้านรับตั้งศูนย์ล้อนี่ส่วนใหญ่
เขาจะถามลูกค้าว่ารถมีอาการอะไร
ซึ่งลูกค้าก็จะตอบว่า
เอียงซ้าย-ขวา, พวงมาลัยสั่น
เป็นคําตอบยอดฮิต
ถ้าตอบแบบนี้ เขาก็แค่
ถ่วงล้อหรือ
ตั้งศูนย์ให้พวงมาลัยตรง
แต่ถ้าเป็นร้านที่มีความจริงใจและจริงจังหน่อยก็จะตรวจ
เช็คทุกมุมของศูนย์ล้อให้
ไม่ว่าจะเป็น toe in-out ,caster,camber,kingpin (แต่บางร้านก็แค่ปรับๆหมุนๆ
ให้ลูกค้าเห็นว่าตั้งใหม่
แต่จริงๆแล้วค่าต่างๆไม่ได้เปลี่ยนไปเลย
) อันที่จริงรถแต่ละยี่ห้อ
แต่ละรุ่นจะมีสเปคศูนย์ล้อเป็นของตัวเอง
ซึ่งถ้าร้านที่รับตั้งศูนย์มีเครื่องมือใหม่ๆ
ส่วนใหญ่ก็จะมีสเปคที่ว่านี้อยู่ในเครื่องสามารถเปิดเช็คเปรียบเทียบได้เลย
การที่เราต้องไปตั้งศูนย์นี้ไม่เฉพาะว่า
รถเอียงซ้าย-ขวา พวงมาลัยสั่น
ไม่ว่าคุณได้เปลี่ยนแปลงอะไรเกี่ยวกับช่วงล่าง
เช่น เปลี่ยนโช๊ค ,ลูกหมาก ,เปลี่ยนล้อที่มีขนาดผิดไปจากเดิม
,หรือเกิดจากการล้าของสปริงตามอายุการใช้งานของรถ
คุณก็ต้องเข้าไปตั้งศูนย์
-โช๊คอัพ เสียหรือเสื่อมสภาพ
ก็เป็นเหตุผลหนึ่ง
-ยางเสื่อมสภาพ
บางทีเราเห็นว่าดอกยางยังใหม่อยู่หรือยังลึกอยู่
แต่คุณสมบัติ
ของเนื้อยางมันหมดไปแล้ว
ผมเคยเจอกับตัวเองครับ
เอารถน้องสาวเพิ่งซื้อมาใหม่ป้ายแดงครับ
เป็นรถนําเข้า
เอามาใช้งานอยู่ 3-4 วัน
วันแรกยังดีอยู่ครับ
พอวันที่สอง
เริ่มมีอาการสั่นบ้างไม่สั่นบ้าง
กระโดดเป็นครั้งคราว
ที่แรกนึกว่า เป็นเพราะถนน
พอมาวันที่ 3 วิ่งๆอยู่
ล้อหลังระเบิดครับ
แต่ยังโชคดีที่ไม่ขับเร็ว
เพราะรันอินอยู่ เอาไปเคลมกลับโดน
หาว่าไม่ได้เช็คลมยาง
แต่ตอนหลังเขายอมครับ
เพราะยางที่เหลืออีก 3 เส้น
มีอยู่เส้นหนึ่ง มันบวมครับ
เขาบอกว่า
รถมันมาจากนอกจอดอยู่ที่ท่าเรือต่างประเทศนาน
ผมฝากบอกผู้ที่ซื้อรถนะครับไม่ว่ารถเก่า-ใหม่
ควรดูยางด้วยครับ
ถึงแม้จะไปเปลี่ยนใหม่ก็ควรดูวันผลิตด้วยนะครับ
เดี๋ยวจะเจอยางเก่าเก็บ
วิธีดูก็ไม่ยากครับ
ที่ขอบยางเกือบทุกยี่ห้อ
จะมีตัวพิมพ์ ลึก
ไม่เล็กไม่ใหญ่ เช่น ABC 039
หมายความว่า ผลิตเมื่อ
สัปดาห์ที่ 3 ของปี99 ,XYZ 450
ผลิตเมื่อ สัปดาห์ที่45 ของปี
2000
แต่ส่วนใหญ่แล้วจะพบได้ง่ายบนยางที่ผลิตจากต่างประเทศแทบทุกยี่ห้อทุกรุ่น
ยางที่ผลิตในไทยผมไม่แน่ใจว่าเขาใส่รหัสยังไง
ทําไมไม่เป็นสากล
รถญี่ปุ่นนั้นเขาลดต้นทุนการผลิตโดยใช้เหล็กบาง
ซึ่งผลที่ได้ทําให้ต้นทุนในการผลิตอย่างอื่นตําไปด้วย
เช่น
เครื่องยนต์ก็มีแรงน้อยลงเพราะรถเบาขึ้น
ประหยัดนํามันขึ้น
แต่ผมว่าถ้าเอานําหนักรถญี่ปุ่นมาเทียบกับรถยุโรป
ผมว่ารถยุโรป กินนํามันน้อยกว่า
ส่วนเรื่องความร้อนนั้นผมไม่ค่อยมีข้อมูลเท่าไรยิ่งเป็น
Honda ยิ่งไม่รู้ใหญ่ มีแต่ประสพการณ์
คือเคยใช้รถ Toyota landcruiser
ที่ผลิตที่ญี่ปุ่นส่งไปขายอเมริกา
เวลาขึ้นเขาชันๆ
ต้องลากเกียร์ 1
ต่อเนื่องนานๆ
เข็มมันจะชี้ขึ้นเห็นๆ
พอเบาเครื่องหรือจอดพัก
เข็มมันก็ค่อยๆตกลงมาที่เดิม
อันนี้ผมว่าปกติ
แต่อีกคันคือ Toyota mighty X ติดturbo ปรับบู๊ส
ที่ 15 ปอนด์ไม่มี intercool
อัดลงไปถึง
ท่าชนะสุราษฎร์ธานี
เดือนเมษา ตอนบ่าย 3 โมง
อัดอยู่ที่ 160 ตลอด
เข็มความร้อนปกติไม่มีอาการอะไร
พอสักพัก แป้นเหยียบครัช
เริ่มกระตุกและสั่นมากๆขึ้นเรื่อยๆ
จอดรถเปิดฝากระโปรงดูก็ไม่มีอะไร
เข็มความร้อนปกติ เลยอัดต่อ
ได้สัก10 นาที ปรากฎว่าเสียงดังโพล๊ะ
เรียวแรงเริ่มตกลง
เลยจอดข้างทาง เปิดดูอีกที
นํามันเครื่องกระจายเต็มห้องเครื่อง
เสื้อสูบ ตรงสูบ 4 ทะลุมองเห็น
ก้านสูบกําลังวิ่งขึ้นลง
เพราะยังไม่ได้ดับเครื่อง
ตะลึงครับ
แถวนั้นเป็นที่เปลี่ยวด้วยเลยขับประคองไปหาอู่กะจะฝากเขาไว้แล้วขึ้นมาหาเครื่องไปเปลี่ยน
ขับมา 90 กม/ชม ได้ประมาณ 10 นาที
สิ้นฤทธิ์กลางทางเลยครับ
พอถึงอู่เขาเห็นก็งงครับ
รื้อออกมาปรากฎว่า
ก้านสูบมันขาดตั้งแต่ ครัชมันกระตุกแล้ว
แต่ที่ยังขับได้เพราะ
ก้านที่ขาดมันไม่ได้ไปขัดอยู่
พอวิ่งมาอีกทีความร้อนสูงสูบอื่นเลยติด
ผลลัพธ์ เสื้อโดนก้านตีทะลุ 2
ด้าน แคร็ง
ฉีกเหมือนกระดาษเลยครับ แหม
นี่ถ้าถอดก้านที่ขาดออกไม่แน่วิ่งถึงกรุงเทพ
คงได้เฮแน่
ที่เครื่องมันยังวิ่งอยู่ได้ผมว่าคงเป็นเพราะ
SLICK 50 ที่ผมเคยเติมไว้แต่แรก
แหงๆ มันถึงทนได้อีกตั้ง 10
นาทีที่ความเร็ว 90 กม
สรุปเลยว่า
เข็มความร้อนที่ติดมากับรถ
เชื่อไม่ได้แน่นอนครับ ขนาด
นํามันเครื่องกระจายหมดไปแล้วความร้อนยังปกติอยู่เลย
เปรียบเทียบกับ landcruiser
มันขึ้นลงให้เห็นๆ
แต่ก็มีอีกจุดที่น่าคิดนะครับ
คือ วาล์วนํา หรือ thermostate
ถ้าเป็นรถที่ใช้ในเมืองหนาวจะใช้วาล์วนําที่ยอมเปิดให้นําในเครื่อง
ไหลไประบายความร้อนที่หม้อนําได้ช้ากว่า
วาล์วนําของรถที่ใช้ในเมืองร้อน
โดยปกติรถที่ใช้ในไทยวาล์วนําจะเปิดเมื่ออุณหภมิของนําขึ้นสูงที่
ประมาณ 82 องศา C ถ้าไปใช้วาล์วนําที่ใช้กับเมืองหนาว
มันจะเปิดช้ากว่า ทําให้เกิด
อาการเครื่องฮีตได้เหมือนกัน
แต่ก็ยังมีช่างรุ่นเก่าที่คอยแนะนํา
ว่าให้ถอด วาล์วนําออกจะทําให้เครื่องไม่ฮีต
อันนี้เป็นความเชื่อที่ผิดครับ
หลักการของวาล์วนําคือรักษาอุณหภูมิเครื่องให้อยู่ในระดับปกติคือ
ไม่ร้อนและไม่เย็นเกินไป
มันจะคอยเป็นตัวเปิดให้นําออกไประบายความร้อนที่หม้อนํา
กล่าวคือ มันปล่อยให้นําที่ร้อนกว่าไปอยู่ในหม้อนําและนําที่เย็นกว่า
จากหม้อนําจะเข้าไปแทนที่ในเครื่อง
ทีนี้พอนําที่เย็นกว่าเข้าไปในเครื่องวาล์วนําก็จะค่อยๆปิด
ลง หมายความว่านําร้อนที่ออกจากเครื่องจะมีเวลาระบายความร้อนออกไปโดยหม้อนํา
ทีนี้ถ้าไม่มีวาล์วนํา
ก็หมายความว่า นํานั้นจะไม่มีเวลาพักเพื่อระบายความร้อนออกไปโดยหม้อนํา
เพราะมันไหลวนอยู่ตลอดเวลา
แรกๆยังไม่เห็นผลอะไรหรอกครับ
แต่ถ้าใช้รถต่อเนื่องนานอย่างเช่นการจราจรติดขัดนานๆ
หรือพัดลมระบายความร้อนไม่ดี
ขับรถขึ้นเขาชันๆลากเกียร์ตําต่อเนื่องนานๆ
ทีนี้จะเห็นผลครับ
เครื่องร้อนจัด
อีกอย่างหนึ่งเครื่องยนต์นั้นผลิตจากโลหะ
เวลาใช้งานจึงต้องมีการขยายตัวของโลหะซึ่งแต่ละยี่ห้อก็จะมีค่าการขยายตัวเพื่อให้เครื่องยนต์ทํางานได้เต็มประสิทธิภาพ
ต่างกันไป คือพูดง่ายๆ
เครื่องร้อนไปก็มิดี
เย็นไปก็มิดี
นอกเรื่องซะยาวเลย
มาต่อที่คุณ myzafira ครับ
ขอบคุณครับที่ให้เกียรติ
แต่ผมก็แค่ผู้ใช้รถเฉพาะรุ่น
เท่านั้น
ไม่เคยได้สัมผัสหมดทุกยี่ห้อ
แต่ผมคิดว่า ในกระดานแห่งนี้
เป็นที่แลกเปลี่ยนประสบการณ์
ระหว่างผู้ใช้รถ จะผิดจะถูก
ยังไงก็ยังได้ข้อคิดจริงไหมครับ
ยิ่งถ้าได้ผู้ที่ใช้รถรุ่นนั้นๆอยู่เป็นประจํา
ผมว่าน่าจะได้ข้อมูลที่เป็นจริงมากที่สุด
ว่าไหมครับ
เปรียบกับผู้รู้บางคนที่รู้สารพัดรุ่น
สารพัดยี่ห้อ
ผมว่าถ้าจะให้ได้ข้อมูลที่เป็นจริงหรือปัญหาที่ได้พบ
ผมว่าเขาคนนั้น
วันๆต้องเอาแต่ใช้รถยี่ห้อโน้นยี่ห้อนี้
ไม่ได้ทํางานทําการเป็นแน่
ยังไงผมก็จะแวะไปดูครับ
เพราะคิดว่าบางปัญหามันก็น่าจะเหมือนกันหรือใกล้เคียงกันครับ
ส่วนท่อไอดีที่ถามมานั้น ผมแนะนําให้ไปติดต่อที่
"อู่สีเทาจูนนิ่ง"
แต่อยู่ไกลหน่อยที่ระยอง
เป็นของ วรพจน์ บุญช่วยเหลือ
นักแข่งที่เคยขับ kadett นําแบบม้วนเดียวจบ
มาแทบทุกสนามในรายการชิงแชมป์ประเทศไทย
เมื่อประมาณ ปี 93-94 ผมทําเบอร์โทรศัพท์หาย
แต่ถ้าใครมีนิตยสารเกี่ยวกับรถ
เก่าซะหน่อยน่าจะเจอโฆษณาครับ
อู่นี้เขาเซียน opel โดยเฉพาะ
C20NE,C20XE อะไหล่เพียบ คุณน่าด้รับคําแนะนําที่ดีกว่าต่างประเทศ
เพราะไทยเรามีปัจัยที่ต่างจากเขาเช่นอุณหภูมิอากาศ
, ค่าออกเทนในนํามัน ฯลฯ
เพื่อนผมเคยไปได้ ชุดเบรคหน้าแบบแข่ง
ของBMW มาจากที่นี่
มาดัดแปลงนิดเดียวใส่ calibra
ว่าแต่ว่าคุณจะเอาท่อไอดี
มาเปลี่ยนอย่างเดียว
แล้วมันแรงขึ้นเท่าไรครับ
หรือว่าต้องเปลี่ยนส่วนควบอย่างอื่นด้วย
ส่วนร้านที่ขาย steinmetz ชื่อร้าน ST
อยู่ใกล้แยกศรีนครินทร์ตัดอุดมสุข
ตรงป้ายรถเมล์
ถ้าคุณมาจากสะพาน
วัดศรีเอี่ยม
ร้านจะอยู่ซ้ายมือก่อนถึงสี่แยกไฟแดงครับ
ป.ล. คุณ opel kadett ครับ
ร้านที่ว่าอยู่ตรงไหนของตึกช้างครับ
เผื่อรถมีปัญหาจะได้เข้าไปลองใช้บริการ
พิมพ์ยาวเลยครับ
อ่านเองตาแฉะเลยครับ
จากคุณ :
แฉะ
- [8 ต.ค. 44 15:23:21]
ความคิดเห็นที่
28
โอ้โห ตอบละเอียดดีครับ
ขอบคุณคุณแฉะมากครับ ยังงี้ต้อง
เซฟ เก็บไว้ดูซะหน่อย
จากคุณ :
Sleeper(อย่าแหย่เสือหลับ)
- [9 ต.ค. 44 05:55:29]
ความคิดเห็นที่
29
พี่แฉะฮ่ะ ผมกะลังเล็ง Astra ปลาย97
ฮ่ะ Ecotec เกีย auto
ช่วยให้ความเห็นหน่อยฮ่ะ
น่าใช้ป่าวฮ่ะ
น่าจะมีปัญหาส่วนไหนบ้างฮ่ะ
ผมมะค่อยรู้ไรฮ่ะ
ผมว่าพี่น่าจะ รู้ระเอียดนะฮ่ะ
ไงช่วนแนนนำผมด้วยฮ่ะ ขอบคุณฮ่ะ
จากคุณ :
หนูน้อย
- [11 ต.ค. 44 01:13:29]
ความคิดเห็นที่
30
ขอโทษครับ
ที่เข้ามาคุยช้าไปหลายวัน
อู่ เอ.มอเตอร์ครับ
เลยตึกช้างมานิดหนึ่ง(ทางไปแดนเนรมิตเดิม)
อู่นี้คชจ.อาจสูงแต่น่าจะคุ้มสำหรับกล่อง
และอุปกรณ์อีเล็คทรอนิกที่ซับซ้อน
ล่าสุดทราบว่ามีคนให้ที่นี่สั่งกล่องโมจากยุโรป
มาใช้กับโอเปิล คอร์ซ่า GTI 16Vครับ
ขอคุณสำหรับความรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับอู่ในตจว.ของโอเปิล
...แต่น่าจะแนะนำอู่ในกทม.ที่มีประสพการณ์ในทางดีๆ
ให้เพื่อนทุก ๆ
คนที่สนใจและยังรักโอเปิล
อีกนะครับ
หรือจะร่วมแจ้งไปยังทางPANTIP
ทำลิงค์สำหรับพวกเราคนรักโอเปิลไว้พูดคุย-แลกเปลี่ยนกันก็ดีนะครับ
จากคุณ :
opel kadett
- [11 ต.ค. 44 17:15:24]
ความคิดเห็นที่
31
รุ่นนี้ผมไม่ค่อยรู้อะไรมาก
จะบอกเท่าที่รู้แล้วกัน
เพราะเพื่อนของเพื่อนใช้อยู่
เป็นแวน 5 ประตู
เกียร์ธรรมดาเท่าที่ถามดูก็ไม่มีปัญหาอะไร
แรงดี(1.8)ประหยัดนํามัน
การทรงตัวหายห่วง
ดีกว่าญี่ปุ่นในราคาเท่ากัน
เบรคดั่งใจครับ บํารุงรักษาง่าย
ไม่แพงถ้าไม่เข้าศูนย์
แต่เกียร์ออโต้ไม่รู้ครับยิ่งเป็นมือสองผมว่าต้องตรวจให้ดีเรื่องเกียร์เนี่ย
เพราะค่าซ่อมมันแพง
มันก็เหมือนทุกยี่ห้อแหละครับ
ค่าซ่อมเกียร์ออโต้มันแพง
astra ออกมามันมี เครื่อง 1600กับ1800
ครับ มีทั้ง 3,4,5 ประตู
ถ้าเป็นปี97 ราคาเริ่มต้นที่
230,000
แต่ควรจะหาผู้ที่มีความรู้เกี่ยวกับเกียร์ออโต้ไปดูด้วยนะครับ
และลองขับดู
หาจุดบกพร่องต่างๆ
ถ้าอยู่ในเกณฑ์ที่ยอมรับได้
ก็ตกลงเลยครับ
รถรุ่นนี้เปรียบอยู่ในระดับเดียวกับ
corolla ,civicแต่ handling ต่างกันแยะครับ
ค่าเสื่อมต่อปีก็ไม่ต่างกันแล้ว
ส่วนราคาพวก maintenance
สอบถามได้จากร้านขายอะไหล่ทั่วไปครับ
ส่วนราคาอะไหล่ก็ ร้านเอกชัย
วรจักร ลองเปิด yellowpage
ดูนะครับร้านนี้ราคายุติธรรมครับ
ถ้ามีปัญหาเรื่องลูกหมากไม่ต้องห่วงครับ
ลองดูกระทู้ด้านบน
ซื้อของแท้เปลี่ยนใหม่รวมค่าแรง
ก็ประมาณ 2,000
ป.ล.
เกียร์ออโต้นั้นจริงๆแล้วเป็นเกียร์ที่ทนทานครับถ้าดูแลรักษาตามคู่มือประจํารถ
โดยส่วนมากแล้วรถเกียร์ออโต้แทบทุกยี่ห้อนั้น
ในการสตาร์ทรถตอนเช้าจะต้องมีการ
warm up เกียร์เสียก่อน
โดยการเหยียบเบรคไว้แล้วเปลี่ยนเกียร์จาก
"P" - "R" โดยค้างไว้ที่ R
สัก 10 วินาที แล้วเปลี่ยนไป
"D"-"3"-"2"-"1"
แล้ววนกลับมาที่ "P"
ทั้งนี้เพื่อเป็นการอุ่นนํามันเกียร์และให้นํามันชโลม
เฟืองเกียร์ให้ทั่ว
แต่เท่าที่สังเกตุมาน้อนคนครับที่จะทําแบบนั้น
อีกข้อครับ
หัวเพลาขับหน้าของ opel
ถ้ามันแตก
สามารถหาซื้อของยี่ห้อ METTALI (ไม่รู้สะกดถูกรึเปล่า)
มาใส่ได้ครับ
รอผมหาเบอร์โทรร้านที่ขายก่อนนะครับ
เอาของเก่าไปเทียบได้
หรือถามที่ร้านเขาอาจจะรู้เลยก็ได้
อีกจุดหนึ่งที่มีปัญหาสําหรับรถเกียร์ธรรมดานะครับ
คืออาการนํามันรั่วซึมบริเวณคันชักเกียร์
ที่อยู่บนเกียร์ในห้องเครื่อง
ถ้าเป็นที่ศูนย์หรืออู่ข้างนอก
เขาจะแนะนําให้เปลี่ยนทั้งชุด
ซึ่งแพงมากโดยไม่มีเหตุผล (ประมาณ
10,000) หรืออย่างถูกตังค์หน่อยก็ให้เปลี่ยน
oil seal แต่ใช้ไม่เท่าไหร่ก็รั่วอีก
แต่ผมมีวิธีที่ดีและแน่นอนกว่า
ราคาไม่เกิน 500 รวมค่าแรงด้วย
แต่ต้องจอดรถทิ้งไว้ประมาณ 1
อาทิตย์ (คิดแล้วคุ้มกว่าจอดรถวันเดียวเสียเป็นหมื่น)
ผมได้ทดลองใช้มา 3 ปีแล้วครับ
ทุกวันนี้ยังไม่รั่วอีกเลย
ใครสนใจบอกได้นะครับ
ใช้ได้กับ opel ,holden, daewoo
จากคุณ :
แฉะ
- [11 ต.ค. 44 18:34:39]
ความคิดเห็นที่
32
อ้าวคุณ opel kadett
เข้ามาตอบตั้งแต่เมื่อไหร่
อู่ เอ.มอเตอร์ ของคุณ อดิศ
นะซิครับ
ตั้งแต่ย้ายมาที่ใหม่ไม่เคยไป
เมื่อก่อนเขาอยู่ที่ ซ.เสือใหญ่อุทิศ
แต่ผมก็ไม่ได้สนิทอะไรมากหรอกนะ
เคยไปซื้อของ อยู่ครั้งหนึ่ง
ตัวเขาเองใช้ alfa romeo
แต่งเครื่องเพียบ
ไม่รู้ว่ายังใช้อยู่หรือเปล่า
เขาเคยแต่ง calibra turbo 4X4 โดยเปลี่ยน
cam,chip ,exhuast, โมฝา แบบเต็มๆ ครับปรากฎว่า
ลูกค้ายังวัยรุ่นอยู่เลย
เอาไปมิดมา
หลังจากออกจากอู่ไม่กี่วัน
อู่นี้ราคาแพงแต่ดีอยู่อย่าง
คือ
ของแต่ละชิ้นถอดเปลี่ยนครับไม่ต้องมานั่งลองผิดลองถูกเสียเวลาเสียหายอีกต่างหาก
พอไม่ใช้ก็ถอดเปลี่ยนของเดิมกลับเข้าไปได้เลย
คือแต่ละอย่างเขาทดสอบมาจากยุโรปแล้ว
จึงผลิตส่งขายทั่วโลก
แต่ก็ต้องเข้าใจนะครับว่าอะไรก็ตามที่มี
know how และมีจํานวนไม่มาก
ย่อมแพงเป็นของธรรมดา
อู่ในกรุงเทพ
ผมไม่ค่อยรู้จักหรอกครับ
ประเภทที่ชํานาญเฉพาะยี่ห้อน่ะ
ยิ่งอู่ โมดิฟาย ก็รู้แค่ เอ.มอเตอร์
แต่ถ้าอู่ที่รับซ่อมงานพื้นๆทั่วไปไว้ใจได้
ก็อยู่ในหมู่บ้านผาสุก ถ.พัฒนาการ
ครับ
จากคุณ :
แฉะ
- [11 ต.ค. 44 18:58:23]
ความคิดเห็นที่
33
เอ.มอเตอร์สปอร์ท
ผมก็เคยไปครั้งนึง
ตั้งแต่เค้ายังอยู่ในซอยเสือใหญ่อุทิศ
แต่หลังจากเค้าย้ายมาที่ใหม่
ผมยังไม่เคยไปเยี่ยมเลย
ผมเคยคิดจะเปลี่ยนแคมชาร์พ
แต่เคยได้ยินว่า
โดยทั่วไปแล้วจะทำให้รอบเดินเบาไม่ค่อยเรียบ
รบกวนถามด้วยครับว่า
จริงๆแล้วเป็นอย่างนั้นรึเปล่า
หรือว่าแล้วแต่ฝีมือช่างครับ
จากคุณ :
Sleeper (อย่าแหย่เสือหลับ)
- [11 ต.ค. 44 22:15:31]
ความคิดเห็นที่
34
คุณแฉะ ครับ เพื่อนผมที่ใช้ corsa
ฝากถามว่าอู่ที่อยู่ในหมู่บ้านผาสุก
แถวพัฒนาการ
ไม่ทราบว่าชื่ออู่อะไร
จะให้ดีช่วยส่งแผนที่ให้ด้วยก็จะดีครับ
เพราะบ้านเค้าอยู่แถวม.เสรี
ศรีนครินทร์
มาใช้บริการอู่แถวลาดพร้าว 71
มันบ่นว่าใกล้เวลามีเรื่องฉุกเฉินมันกลัวรถจะพังระหว่างทาง
จากคุณ :
opel kadett
- [12 ต.ค. 44 08:37:14]
ความคิดเห็นที่
35
เปลี่ยน แคม ถ้าองศายิ่งสูง
ยิ่งสั่นครับ
แก้โดยการปรับรอบเดินเบาให้สูงขึ้น
แคมก็มีให้เลือกใช้หลายสเตปครับ
อย่าง calibra นี่ มีให้เล่น 3 สเตป
แต่ต้องสัมพันธ์กับการทํางานของ
chip ด้วยนะครับ
อู่นี้ไม่มีชื่อ
แต่เขาซ่อมรถโบราณให้ ภูษณะ
ปรีมาโนชย์และหม่อมเต่า
เช่นรถ astin ทั้งตระกูล ,MG ฯลฯ
แต่ตอนหลังๆเศรษฐกิจไม่ค่อยดี
งานซ่อมรถโบราณเลยน้อยลง
อู่นี้อยู่ในหมู่บ้านผาสุก
ซอยผาสุกเกษม4
มีทางแยกอยู่กลางซอย
เลี้ยวไปแล้ววิ่งไปสุดซอย
เลี้ยวขวาตามทางก็เจอครับ
ส่วนร้านเอกชัยกลการ วรจักร
โทร 0-2226-0234-6
จากคุณ :
แฉะ
- [12 ต.ค. 44 13:57:06]
ความคิดเห็นที่
36
ขอบคุณครับสำหรับคำตอบของคุณแฉะ
ถ้าเป็นอย่างนั้นก็ต้องแลกกับการกินน้ำมันที่เพิ่มขึ้นใช่ไหม๊ครับ
แต่คงยอมรับได้ครับเพราะปรกติกินน้ำมันน้อยอยู่แล้ว
เพิ่มอีกหน่อยคงไม่เป็นไรครับ
จากคุณ :
Sleeper (อย่าแหย่เสือหลับ)
- [13 ต.ค. 44 01:54:32]
ความคิดเห็นที่
37
เอ่อที่ว่า...เปลี่ยนแคม
ถ้าองศายิ่งสูง ยิ่งสั่นน่ะ
มันเป็นกับรถเฉพาะรุ่น
หรือเป็นกับรถทุกรุ่นครับ
จากคุณ :
Sleeper (อย่าแหย่เสือหลับ)
- [13 ต.ค. 44 01:57:51]
ความคิดเห็นที่
38
ผมไม่แน่ใจนะว่ามีรถสแตนดาร์ดรุ่นไหน
ที่เปลี่ยน
แคมองศาสูงๆแล้วไม่สั่น
โดยไม่ได้ โมดิฟายชิ้นส่วนอย่างอื่นเพิ่มครับ
ไม่ทราบมีใครพอรู้บ้างครับ (อย่างรถที่นําไปแข่งเท่าที่เห็นก็ปรับรอบเดินเบาสูงๆกันทั้งนั้น)
จากคุณ :
แฉะ
- [13 ต.ค. 44 13:03:27]
ความคิดเห็นที่
39
คุณแฉะครับ
ถ้าจะแก้รอบเดินเบาสั่นเพราะเปลี่ยนแคมองศาสูง
โดยการโมดิฟายชิ้นส่วนอย่างอื่นเพิ่ม
แต่รักษารอบเดินเบาให้เท่าเดิม
จะยุ่งยากมากหรือเปล่าครับ
และถ้าปรับรอบเดินเบาให้สูงขึ้นโดยไม่โมดิฟายชิ้นส่วนอย่างอื่นเพิ่ม
จะแก้การสั่นของรอบเดินเบาได้ไหม๊ครับ
หรือว่าต้องทำทั้งสองอย่างครับ
จากคุณ :
Sleeper (อย่าแหย่เสือหลับ)
- [14 ต.ค. 44 01:08:36]
ความคิดเห็นที่
40
อ้าว!
ก็บอกอยู่แล้วว่าแก้โดยปรับรอบเดินเบาให้สูงขึ้น
อีกอย่างถ้าคุณไม่แคร์เรื่องอัตราการบริโภคนํามัน
ก็โมดิฟายไปเลยครับ
อย่าลืมว่ารถที่แรงขึ้นจากการโมดิฟายมันก็บริโภคนํามันมากเป็นธรรมดา
เดี๋ยวนี้ใครอยากแรงก็เล่นกับหอยสิครับ
ไม่ยุ่งยาก ค่าใช้จ่ายตํากว่า(เทียบกับปริมาณม้าที่เพิ่มขึ้น)
ถ้าจะบอกว่าเล่นหอยแล้วมันสึกหรอเร็ว
ผมว่าการโมดิฟายให้แรงขึ้นไม่ว่าวิธีใด
มันก็ทําให้
สึกหรอเร็วขึ้นทั้งนั้นแหละครับ
เพราะเป็นการไปเค้นแรงที่เกินกว่ามาตราฐานของผู้ผลิต
ถ้ามาตราฐานของผู้ผลิตเขาออกแบบมาให้เครื่องนี้
สามารถใช้ได้ 200 แรงม้า
โดยมีการสึกหรอตําสุด
เขาก็ผลิตออกมาขายแหละครับ
ผู้ซื้อไม่ต้องโมดิฟายอะไรเพิ่ม
และสามารถใช้ได้นานๆ
ผมเคยเอา calibra ลองอัดกับ เชโรกี
4.0 2วาล์วต่อสูบ ปรากฎว่า
โดนฉีก ตั้งแต่เกียร์ 2
แล้วครับ แต่ขอโทษที รถผมซดนํามันที่
13 กม/ลิตร (อัด) แต่เชโรกี ซดที่
2.5-4 กม/ลิตร ครับ แต่มี 190 ม้า
ผมขอถามคุณ sleeper หน่อยครับ
ว่าคุณมีความคิด ที่จะทําให้เครื่องของคุณแรงขึ้น
อย่างไร
และจะเอาแรงขึ้นสักกี่ % ครับ
เผื่อผมรู้อะไรจะได้แลกเปลี่ยนกันได้
จากคุณ :
แฉะ
- [14 ต.ค. 44 12:31:37]
ความคิดเห็นที่
41
ในใจผมนะครับ
อยากจะให้แรงขึ้นซัก 20-25
เปอร์เซ็นต์แบบไม่ใช้เทอร์โบ
เผื่อจะทนกว่าแบบใช้เทอร์โบ (ไม่รู้ว่าจะเป็นไปตามเป้าได้รึเปล่า)
ผมไม่ได้ทำเองนะครับ
แต่จะจ้างคนอื่นทำ
ที่ถามก็ต้องการศึกษาไว้เป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจครับ
จากคุณ :
Sleeper (อย่าแหย่เสือหลับ)
- [14 ต.ค. 44 13:46:25]
ความคิดเห็นที่
42
ช่วงล่างของ Opel ไว้ใจได้ครับ
ที่บ้านผม น้องสาว เทใจให้กับ
Astra
ซึ่งตอนนี้ก็ยังใช้งานอยู่
ตอนออกใหม่ๆ เคยอัดไปร่วม 200
บน Tollway เป็นเครื่อง 1.6 auto
เสียด้วย
ค่อนข้างประทับใจครับ
ทั้งช่วงล่างที่นิ่งมาก
และเพราะแรงกว่าเครื่อง 2.0
บางยี่ห้อเช่น ตระกูล V440
ด้วยซ้ำ
ตอนนี้เริ่มจุกจิกบ้างเช่นพวกความร้อน
แต่ก็เปลี่ยนหม้อน้ำเป็นแบบทองแดง
3 ช่อง และ Thermostat
เปลี่ยนเป็นเบอร์เปิดเร็วก็ดีขึ้นครับ
จากคุณ :
maetha@autoworld.com (unlog)
- [14 ต.ค. 44 23:56:11]
ความคิดเห็นที่
43
คุณแฉะ ครับ 13 กม./ลิตร
ของคุณวิ่งในเมืองหรือ? เพราะ
Kadett ผมวิ่งในเมือง 8-9 กม./ลิตร
ถ้า(อัด) ตจว.จะได้ 13 กม./ลิตร
หากเป็นวิ่งในเมืองละก้อ!
ไม่ทราบว่าจะช่วยแนะนำอู่ปรับตั้งเครื่องให้ได้อย่างคุณบ้างหรือเปล่า
เพราะช่างที่อู่ประจำผม
แจ้งว่าระบบจุดระเบิด/หัวฉีด
ถูกควบคุมด้วยกล่องซึ่งถือว่ามาตราฐานโรงงานอยู่แล้ว
และบอกว่าถ้าจะให้ได้ 13-14 กม./ลิตร
แอร์โฟวล์จะเป็นรูปทรงกลม
ซึ่งผมคิดว่าของคุณคงน่าจะเป็นแอร์โฟวล์รุ่นนี้??
ลืมบอกไปของผมเปลี่ยนจากเครื่องเดิม
1.8E เป็น C20NE อัตราเร่งแซ่งดีขึ้นมากเพราะตัวรถเบา
จากคุณ :
opel kadett
- [16 ต.ค. 44 08:38:04]
ความคิดเห็นที่
44
ผมตอบตั้งแต่วันอาทิตย์แล้วไม่รู้ว่าทําไมมาดูวันนี้ถึงไม่มีที่ผมตอบไว้
ตอบไว้ยาวเสียด้วย
คุณ sleeper ครับ ถ้าคุณต้องการกําลังเพิ่มขนาดนั้น
และเอาแบบทนๆด้วย ผมว่า
เปลี่ยนเครื่อง+ขายเครื่องเก่าคุ้มกว่า
ครับไม่ต้องไปลองผิดลองถูกเพราะจะเอาให้ได้เพิ่มถึง25%
มันต้องทําแยะครับขนาดติดเทอร์โบเริ่มต้นก็ได้เพิ่มประมาณ
25 %
ว่าแต่ว่าผมยังไม่รู้เลยว่าคุณใช้เครื่องอะไรอยู่
คุณ kadett ครับ CAlibraของผม 16V
ฝาแดงวิ่งเฉลี่ย
ทั้งในและนอกเมือง
แต่ถ้านั่ง 2 คนอัดอยู่ 130-150 กม/ชม(นอกเมือง)
จะได้อยู่ที่ 14-15 กม/ลิตร (คํานวนจากเส้นรอบวงยาง)
ซึ่งผมมารู้ทีหลังว่า สเปคของมัน
ถ้าวิ่งอยู่ที่ 90-100 กม/ชม
มันกินที่ 17กม/ลิตร (
สิบเจ็ดกิโลเมตรต่อลิตร)
ผมก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่า
แอร์โฟวล์ กลมมันจะช่วยให้กินนํามันน้อยลงได้อย่างไร
แต่ถ้าหมายความถึง
ปริมาณอากาศที่เข้ามาได้มากกว่าลื่นกว่า
อันนี้ใช่ แต่ยังไงๆ
กล่องที่ควบคุมมันก็ตรวจจับ
ปริมาณอากาศที่เข้ามาว่า
มากน้อย,อุณหภูมิเท่าไร แล้วจึงคํานวนให้จ่ายนํามันไปตามนั้น
ถ้าเป็นอย่างที่ผมคิด การใช้แอร์โฟวล์กลมแล้วอากาศเข้าได้มากขึ้นลื่นขึ้น
การจ่ายนํามันก็ต้องมากขึ้นสิครับ
ไม่รู้ผมคิดถูกหรือเปล่า
เครื่อง c20ne ที่คุณเปลี่ยนมา
เดิมใส่อยู่ในรถรุ่นไหนครับ
ถ้าใส่ใน calibra มันจะมี 136Din
ถ้าใส่ใน kadett gsi มันจะมี 130Din (ถ้าเทียบเป็นม้าญี่ปุ่นก็
ร่วม 150 ม้าแล้วครับ
ลองเอาไปถัวเฉลี่ย กับนําหนักรถรวมดูสิครับว่าม้า
1 ตัว แบกนําหนักกี่ ก.ก.)
ป.ล. คุณ maetha รถ 1.6 auto อัดได้ร่วม 200
ไม่มีระบบ variable vale ด้วย ????
จากคุณ :
แฉะ
- [16 ต.ค. 44 17:09:30]
ความคิดเห็นที่
45
อ้อลืมบอกไปครับ ของผมเป็น 1.8
125 เเรงม้า เเอสติน่าครับ(แต่สนใจเครื่องของโอเปิ้ล
เท่าที่ลองแล้ว
กำลังเครื่องดีกว่าแอสติน่าของผมซะอีก)
ถ้าเป็นอย่างที่คุณแฉะว่าก็คงทบทวนดูใหม่ล่ะครับ
เท่าที่เคยดูสเป็กของแอสตร้า
1.6 เครื่อง ECOTEC นะครับ
เกียร์ธรรมดาวิ่งได้เกือบ 200
เหมือนกัน (ถ้าจำไม่ผิดก็ประมาณ
197)
ส่วนเกียร์ออโต้ก็วิ่งได้ไม่ช้ากว่ากันเท่าไรนัก
(ถ้าจำไม่ผิดก็ประมาณ 192)
คือจำได้ว่าต่างกัน 5 ก.ม.ต่อช.ม.ครับ
จากคุณ :
Sleeper (อย่าแหย่เสือหลับ)
- [16 ต.ค. 44 23:37:29]
ความคิดเห็นที่
46
พี่แฉะครับ
เท่าที่ผมติดตามอ่านดูผมสักสนใจแล้วซิว่าพี่ใช้บริการอู่ซ่อมรถพี่ที่ไหนครับ
ได้ความรู้ดีจัง
ช่วยแนะนำหน่อยซิครับ
เห็นที่พี่แนะนำมาเยอะเลยชักไม่แน่ใจว่าพี่ใช้บริการที่ไหน
เพื่อจะได้ข้อมูลจะช่าง
อย่างพี่บ้างครับ
จากคุณ :
นายเปียก
- [18 ต.ค. 44 08:26:23]
ความคิดเห็นที่
47
เครื่อง 1.8 ของ ติ้นา
ก็ดีอยู่แล้วนี่ครับ กินนํามันน้อยด้วย
เกียร์ของ mazda
ก็จัดอยู่ในอันดับ
หนึ่งของรถญี่ปุ่นเชียวนา
ที่คุณลอง opel
แล้วบอกว่ามันแรงกว่ารถคุณ
มันก็มีเหตุผล หลายอย่างเช่น
- ขนาดความจุของเครื่อง
- นําหนักของรถต่อแรงม้า
- อัตรา ทดเกียร์, เฟืองท้าย
- ที่สําคัญ
ความสมบูรณ์ของเครื่อง
จริงๆแล้วถ้าคุณไว้ใช้งาน
ประจําวัน แค่นี้ก็ดี
ทั้งประหยัด ทั้งทน
แล้วถ้าไปเปลี่ยนเครื่องหรือแต่งเครื่อง
มันก็เสียรถเผื่อวันข้างหน้าถ้าคุณจะขาย
ราคามันก็ตกลงมากนะครับ
แหม! ผมว่าผมแฉะแล้วนา
ยังมีคนอื่น แฉะกว่าผมอีก
สวัสดี นายเปียก
ถ้าคุณได้อ่านโดยละเอียด
จะเห็นว่าผมแนะนํา อยู่แค่ 2
แห่งคือ ที่หมู่บ้านผาสุกกับ
อู่สีเทาจูนนิ่งระยอง
นอกนั้น เป็นอู่ที่แนะนําโดยผู้อื่น
แต่ผมว่าคุณอยู่ใกล้ที่ไหน
ไปใช้บริการที่นั่นจะสะดวกกว่าหลายๆด้านนะครับ
ผมคิดว่าอู่ที่ท่านทั้งหลายแนะนํากันมา
น่าจะดีจริง เพราะแต่ละท่าน
น่าจะมีประสพการณ์กับอู่นั้นๆมาอย่างดี
ฉะนั้นคุณน่าจะเลือกที่ใกล้บ้านที่สุด
อย่างเหตุผลที่ผมบอกครับ
จากคุณ :
แฉะ
- [18 ต.ค. 44 17:22:26]
ความคิดเห็นที่
48
ขอบคุณ..คุณแฉะ..สำหรับคำแนะนำครับ
ผมเลยขอแนะนำเวปลิงค์ตปท.เกี่ยวกับ:
opel kadett ที่นี่ครับ
http://geocities.yahoo.com/search?p=opel+kadett
จากคุณ :
: opel kadett
- [18 ต.ค. 44 18:52:34]
ความคิดเห็นที่
49
ที่คุณแฉะว่ามาก็จริงครับเรื่องราคาขายต่อ
แต่ตอนนี้ทำใจแล้วครับ
สำหรับตัวที่ผมเตยลองอีกตัว
ก็เป็นเครื่อง 1.8 เหมือนกัน
สภาพใกล้เคียงกัน อืมม์จำได้ว่า
ช่วงล่างแทบจะไม่รู้สึกกระด้าง
เกาะถนนกว่ารถผม
เคยลองเข้าโค้งเร็วๆ
ไม่หวาดเสียวเท่าไหร่
อีกอย่างพวงมาลัยให้น้ำหนักดี(ไม่รู้เรียกถูกหรือเปล่า)
ตอนนั้นคิดว่าถ้าได้เครื่องใหญ่ขึ้นอีกหน่อยก็คงจะดีครับ
จากคุณ :
Sleeper (อย่าแหย่เสือหลับ)
- [19 ต.ค. 44 08:16:24]
ความคิดเห็นที่
50
สวัสดีครับ
อยากจะให้ข้อมูลเพิ่มเติมนิดนึง
คือ opel omega 2.0 ที่ขายในไทย
เป็นเครื่อง 136แรงม้า din นะครับ
ผมมั่นใจเนื่องจากตอนที่ซื้อ
ดูรายละเอียดที่ตัวแทนจำหน่ายค่อนข้างละเอียดครับ
รถผมตั้งแต่ซื้อมา
เปลี่ยนเกียร์ auto มาแล้วครั้งนึงครับ
เปลี่ยนกับศูนย์เลย
เนื่องจากตอนนั้นเกียร์พัง
ตั้งแต่เกือบๆ5หมื่นโล
ปัจจุบันค่อนข้างจุกจิกครับ
ล่าสุดเข้าศูนย์ autotechnic (ซึ่งน่าจะเป็นศูนย์ที่ดีที่สุดแล้ว)
ทางศูนย์แจ้งว่าโช้คคู่หน้าเริ่มเสื่อม
นิ่มเกินไป
เวลาขึ้นไม้หมอนแล้วมันจะกระแทก
จึงอยากจะเปลี่ยน
แต่ราคาที่ศูนย์ค่อนข้างแพง
และต้องรออะไหล่ด้วย
จึงอยากจะถามว่า มีโช้คอัพยี่ห้อไหน
ที่มีผลิตออกมาสำหรับใส่รถรุ่นนี้มั๊ยครับ
อีกอย่างนึงครับคือ มีเซียงกงที่ไหน
ที่มีอะไหล่มือ2ของรถรุ่นนี้หรือยี่ห้อนี้เยอะๆมั๊ยครับ
จากคุณ :
เป้
- [19 ต.ค. 44 15:15:12]